7 เคล็ดลับในการให้อาหารลูกแมวที่คุณควรรู้ลูกแมวแรกเกิดนั้นควรที่จะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน เพราะหากแยกจากแม่แมวแล้ว ควรได้รับอาหารเหมาะสมกับช่วงวัยและสามารถชดเชยสารอาหารจากนมแม่ได้ โภชนาการเป็นส่วนสำคัญของการดูแลลูกแมวด้วยเหตุนี้เราจึงได้รวบรวมเคล็ดลับในการให้อาหารที่เหมาะสมสำหรับลูกแมว

1. อย่าเปลี่ยนจากอาหารเหลวเป็นอาหารแข็งในทันที เมื่อลูกแมวของคุณอายุสามถึงสี่สัปดาห์ให้ลองหาอาหารเม็ดสำหรับลูกแมวแล้วชุบน้ำให้พวกมันแทะ การเตรียมอาหารทำได้ง่ายเพียงผสมน้ำอุ่น 1 ส่วน และอาหารเม็ดสำหรับลูกแมวสามส่วน ในอีกสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ให้ค่อยๆลดปริมาณน้ำและเพิ่มปริมาณอาหารในแต่ละวันเพื่อช่วยในการเปลี่ยนเป็นอาหารเม็ด

2. หาอาหารที่สมดุลและสมบูรณ์ 100% สำหรับลูกแมว ลูกแมวต้องการสารอาหารพิเศษและมีจำนวนมาก พวกมันเติบโตและเล่นอย่างต่อเนื่องซึ่งหมายความว่าพวกมันต้องการโปรตีนไขมันและสารอาหารอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับแมวโต ควรตรวจสอบค่าโภชนาการของอาหารเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้ให้อาหารที่มีสารอาหารเหมาะสมและครบถ้วนแก่ลูกแมว

3. ให้ลูกแมวของคุณคุ้นเคยกับอาหาร ในตอนแรกคุณอาจจะปล่อยให้ลูกแมวของคุณได้เล่นกับอาหารหรือเหยียบในจานอาหารเล่นก่อน เพราะลูกแมวนั้นมักเห็นทุกอย่างเป็นของเล่น และในส่วนของอาหารนั้น ควรจะให้เป็นอาหารเหลวก่อน

4. เปลี่ยนอาหารหลาย ๆ ครั้งต่อวันเมื่อให้อาหารเปียกหรืออาหารเม็ดชุบน้ำ เพราะแมวและลูกแมวมักจะไม่ชอบอาหารที่เหลือทิ้งไว้นานกว่าสองสามชั่วโมง และการเปลี่ยนบ่อยครั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนของอาหารอีกด้วย

5. ถ้วยน้ำก็สำคัญพอ ๆ กับอาหาร ถึงแม้น้ำจะไม่ใช้อาหาร แต่ก็สำคัญพอๆกันมวลกายของลูกแมวคือน้ำ 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ น้ำในอาหารเปียกและอาหารเม็ดชุบน้ำช่วยให้ชุ่มชื้น แต่ไม่มีสิ่งใดทดแทนน้ำได้ เพราะฉะนั้นควรมั่นเติมน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละครั้ง
6. ให้อาหารสำหรับลูกแมวจนถึงปีแรกของลูกแมว เมื่อลูกแมวของคุณอายุแปดหรือเก้าเดือนมันจะเริ่มดูหมือนแมวโตเต็มวัย แต่ลูกแมวยังคงมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ตลอด 1 ปีแรก ดังนั้นจึงควรให้อาหารลูกแมวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 12 เดือนเต็มก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นอาหารแมวโต
7. ระวังสัญญาณของความเจ็บป่วยรวมถึงการเบื่ออาหาร ลูกแมวที่มีสุขภาพดีชอบกินอาหารดังนั้นหากคุณสังเกตเห็นว่าลูกแมวของคุณทำตัวไม่ตอบสนองและ / หรือไม่สนใจอาหารของมันให้ โทรหาสัตวแพทย์ของคุณทันที ช่วงหลายสัปดาห์แรกของชีวิตลูกแมวสามารถทดสอบระบบภูมิคุ้มกันของมันได้และมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยสูงขึ้น อย่าลืมแจ้งให้สัตวแพทย์ทราบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลูกแมวของคุณหยุดกินอาหารอย่างกะทันหัน
ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ในการให้อาหารลูกแมวคุณสามารถช่วยให้ลูกแมวของคุณได้รับสารอาหารทั้งหมดที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต เคล็ดลับสุดท้าย: พยายามสนุกกับทุกช่วงเวลาที่น่ารักในขณะที่ลูกแมวของคุณยังเล็กอยู่ หลังจากผ่านไปหนึ่งปีเต็มก็ถึงเวลาที่ลูกแมวของคุณจะเปลี่ยนเป็นแมวโต
By Purina
References
• Rainbolt D. Kittens 101, “Hunters by Nature.” 2015 Annual, Vol. 18: 70–3.
• Shojai A. The Purina Encyclopedia of Cat Care. 1998: 123–4.
• Vigil L. Nestlé Purina PetCare Senior Nutritionist (Cat Portfolio). Interviewed Oct 2014